ดูบทความวิพากษ์ สุนทรพจน์เข้ารับตำแหน่งของ โดนัลด์ ทรัมป์

วิพากษ์ สุนทรพจน์เข้ารับตำแหน่งของ โดนัลด์ ทรัมป์

หมวดหมู่: สหรัฐอเมริกา

 เพื่อให้เข้าถึงการวิเคราะห์จะขอนำเสนอสุนทรพจน์ตามลำดับ พร้อมการวิเคราะห์วิพากษ์ ดังนี้

ประชาธิปไตยเพื่อใคร :

            สุนทรพจน์เข้ารับตำแหน่ง (inauguration address) ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2017 มีใจความสำคัญว่า ‘อนาคตของอเมริกาและของโลกขึ้นกับการตัดสินใจร่วมของคนทั้งชาติ เราจะเผชิญหน้าความท้าทาย เผชิญหน้าความยากลำบาก แต่เราจะสำเร็จ การส่งผ่านอำนาจวันนี้ไม่ใช่เพียงการส่งผ่านอำนาจจากรัฐบาลชุดหนึ่งสู่รัฐบาลอีกชุด จากพรรคการเมืองหนึ่งสู่อีกพรรค แต่เป็นการเคลื่อนอำนาจจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.สู่พวกคุณ ประชาชน

            เป็นเวลายาวนานเหลือเกิน ที่ทุนกลุ่มเล็กๆ ของประเทศเป็นผู้เก็บเกี่ยวและได้ประโยชน์จากรัฐบาลในขณะที่ประชาชนเป็นฝ่ายจ่ายราคาตั้งแต่เกิด วอชิงตันรุ่งเรืองเฟื่องฟู แต่ประชาชนไม่ได้ส่วนแบ่งความมั่งคั่ง นักการเมืองร่ำรวยแต่ตำแหน่งงานสูญหาย โรงงานปิดตัว กลุ่มผู้ทรงอำนาจ (the establishment) ปกป้องตัวเองแต่ไม่ปกป้องพลเมืองของประเทศ ชัยชนะของพวกเขาไม่ใช่ชัยชนะของพวกเรา

            บัดนี้การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่นี่ และเริ่ม ณ บัดนี้แล้ว ตอนนี้ขึ้นกับท่าน เป็นของทุกคน และนี่คือสหรัฐอเมริกา ประเทศของคุณ

            เรื่องสำคัญไม่ใช่พรรคใดคุมรัฐบาล แต่อยู่ที่ประชาชนควบคุมรัฐบาล วันนี้จะได้รับการบันทึกว่าประชาชนกลายเป็นผู้ปกครองประเทศอีกครั้ง ชายหญิงที่เคยถูกละทิ้งจะไม่ถูกทอดทิ้งต่อไป’

            วิเคราะห์ : ประธานาธิบดีทรัมป์พูดชัดว่าเป็นเวลานานแล้วที่ผู้ได้รับประโยชน์จากระบอบการปกครองคือกลุ่มทุนซึ่งเป็นคนส่วนน้อยกับพวกนักการเมือง ในขณะที่พลเมืองส่วนใหญ่สูญเสียประโยชน์ที่ควรได้ให้แก่คนเหล่านี้ การปกครองไม่ได้เอื้อประโยชน์แก่พลเมืองอย่างที่ควร เป็นการปกครองที่มุ่งผลประโยชน์ ปกป้องผู้ถืออำนาจเป็นหลัก

            ทรัมป์ไม่ใช่ประธานาธิบดีคนแรกที่พูดทำนองนี้ กว่า 240 ปีแล้วอเมริกายังวนเวียนอยู่กับการพูดว่าประชาชนไม่ได้รับประโยชน์จากระบอบประชาธิปไตยอย่างที่ควรได้ ไม่มีใครตอบได้ว่าจะต้องรออีก 240 ปีหรือไม่

            ‘ชาวอเมริกันต้องการโรงเรียนที่ดีเลิศเพื่อลูกหลาน ต้องการความปลอดภัยในถิ่นอาศัย งานที่ดี ความต้องการเหล่านี้เป็นความต้องการอันสมเหตุผลที่ประชาชนควรได้ แต่สิ่งที่เกิดกับหลายคนไม่เป็นเช่นนี้

            เราเป็นคนชาติเดียวกัน ความเจ็บปวดของพวกเขาคือความเจ็บปวดของพวกเรา ความฝันของพวกเขาคือความฝันของพวกเรา และความสำเร็จของพวกเขาเป็นความสำเร็จของพวกเรา เรามีหัวใจเดียวกัน มีบ้านเดียวกัน และอนาคตอันยิ่งใหญ่ร่วมกัน

            วิเคราะห์ : ต้องชื่นชมประธานาธิบดีทรัมป์ที่กำลังเอ่ยถึงความเป็นชาติ ความเป็นชาติคือการอยู่ร่วมกันด้วยความผูกพัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ คนแตกต่างกันและมักแสดงความแตกต่าง บ่อยครั้งพูดต่างกัน คิดต่างกัน แต่ทั้งหมดต้องตั้งอยู่บนรากฐานปรารถนาอยู่ร่วมกันต่อไป ด้วยความหวังดีต่อกัน

            ไม่ว่าจะเป็นชาตินิยม (Nationalism) หรือไม่ ประธานาธิบดีทรัมป์เห็นว่าอนาคตของชาติต้องตัดสินใจร่วมกัน เผชิญหน้าด้วยกัน อยู่ในบ้าน “อเมริกา” หลังใหญ่เดียวกัน

 

ระเบียบโลกใหม่ (อีกครั้ง?)  :

            ‘ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เราทำให้อุตสาหกรรมต่างชาติร่ำรวยบนความสูญเสียของอุตสาหกรรมในประเทศ อุดหนุนกองทัพประเทศอื่นในขณะที่ปล่อยให้กองทัพตัวเองอ่อนเปลี้ย เราปกป้องพรมแดนประเทศอื่นแต่ปฏิเสธปกป้องพรมแดนตัวเอง ใช้งบประมาณหลายล้านล้านดอลลาร์กับต่างประเทศในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานภายในทรุดโทรมเสียหาย

            เราทำให้ประเทศอื่นๆ ร่ำรวยในขณะที่ความมั่งคั่ง ความเข็มแข็งและความมั่นใจต่อประเทศเราเองค่อยๆ หดหายไป’

            วิเคราะห์ : คำพูดข้างต้นเป็นมุมมองว่าสหรัฐฯ เสียเปรียบจากการเป็นมิตร โดยไม่พูดว่าที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้อะไรจากการสัมพันธ์ต่างชาติ และถ้าไม่มีมิตรเลย สหรัฐฯ จะเหลืออะไร นอกจากปัจจัยต่างประเทศ ปัจจัยในประเทศที่ส่งผลให้ประเทศถดถอยคืออะไร

            แท้จริงแล้วแม้จะยิ่งใหญ่เพียงไร สหรัฐฯ ไม่สามารถดำเนินการตามลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตร มิตรประเทศต่างๆ ในความเป็นมิตร ไม่มีใครได้ทั้งหมด เสียทั้งหมด แม้มีบางเรื่องไม่พอใจอีกฝ่าย แต่ความร่วมมือให้ประโยชน์มากกว่า เป็นเหตุผลสำคัญว่านับจากสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา สหรัฐฯ เข้าพัวพันโลก แสวงหาพันธมิตร หุ้นส่วน

            แนวคิดของทรัมป์ขัดกับแนวคิดว่าภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯ ที่กำลังลดน้อยลง จีนกำลังไล่ตามหลัง สหรัฐฯ จำต้องผูกพันใกล้ชิดกับพันธมิตรมากขึ้นเพื่อเสริมแรงตนที่กำลังอ่อนแอลง

            Thomas Donohue ประธาน U.S. Chamber of Commerce ให้ความเห็นว่า ภายใต้ระบบเศรษฐกิจโลก การค้าระหว่างประเทศช่วยเพิ่มการจ้างงานในสหรัฐฯ ขยายกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่งเสริมการแข่งขัน สหรัฐฯ ต้องการการค้าเสรี ไม่ใช่ลดการค้าเสรี

            ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ Economist Intelligence Unit (EIU) ของอังกฤษประเมินว่านโยบายของทรัมป์จะเป็นเหตุให้โลกมีผู้ก่อการร้ายมากขึ้น และจะเกิดสงครามเศรษฐกิจ เพราะมองแง่ลบต่อการค้าเสรี โดยเฉพาะกับจีน

           สรุปว่า มุมมองของทรัมป์ในเรื่องนี้คับแคบ ให้เหตุผลไม่ครบถ้วน เป็นประเด็นที่ไม่สามารถให้คำตอบชัดเจน จนกว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งจริงๆ และเมื่อถึงเวลานั้นคำวิพากษ์วิจารณ์จะถาโถมเข้าใส่อีกรอบ ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่คิดจะปิดประเทศอย่างบางประเทศที่ปิดประเทศแทบไม่ติดต่อกับโลกภายนอก

 

            ‘แต่นั่นเป็นอดีตและตอนนี้เราจะมองไปที่อนาคตเท่านั้น นับจากวันนี้ จะบริหารประเทศด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ อเมริกาเท่านั้นต้องมาก่อน (be only America first) ทุกการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นการค้าขาย ภาษี การรับผู้อพยพ กิจการต่างประเทศ จะต้องตั้งอยู่บนบนประโยชน์ของคนงานอเมริกันและครอบครัวอเมริกัน

            เราต้องปกป้องพรมแดนของเราจากประเทศที่ผลิตสินค้าของเรา ขโมยบริษัทและทำลายตำแหน่งงานของเรา ต้องเอาตำแหน่งงานกลับคืน

            เราจะตัดถนนและทางด่วน สร้างสนามบิน ทางรถไฟทั่วประเทศ ให้ประชาชนมีสวัสดิการ มีงานทำ กฎง่ายๆ 2 ข้อคือ ซื้อสินค้าอเมริกันและจ้างคนอเมริกัน

            เราจะเป็นมิตรกับประเทศอื่นๆ บนพื้นฐานว่าผลประโยชน์ประเทศต้องมาก่อน’

            วิเคราะห์ : วิสัยทัศน์ใหม่ที่ประกาศว่าคือ “อเมริกาเท่านั้นต้องมาก่อน” ถ้าตีความตามแบบมุมมองทั่วไปจะมองว่าไม่มีอะไรพิเศษ เพราะทุกรัฐบาลมีหน้าที่ส่งเสริมปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติอยู่แล้ว

            คำถามคือจะทำอย่างไรต่างหาก จะใช้แนวทางใด

            ดูเหมือนว่าประธานาธิบดีทรัมป์กำลังคิดใช้วิธีปกป้องการค้า กีดกันการค้ากับบางประเทศ เป็นประเด็นที่ต้องติดตามรายละเอียดนโยบาย

            บางคนเห็นว่าแนวคิดของทรัมป์เหมือนคนที่ไม่เข้าใจระเบียบโลกที่พัฒนาตั้งแต่ปี 1945 เรื่อยมา ในอีกมุมมองคือกำลังคิดวางระเบียบโลกใหม่อีกครั้ง เพราะในมุมมองของทรัมป์นาโตเป็นของล้าสมัย องค์การค้าโลกเป็นหายนะ

            อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าทรัมป์จะทำลายระเบียบโลกเก่า สร้างระเบียบโลกใหม่ การเมืองอเมริกาไม่ได้มีเฉพาะทำเนียบขาว ยังมีรัฐสภา อำนาจอื่นๆ และสิ่งที่ซับซ้อนกว่านั้น

 

            ‘จะไม่ยัดเยียดวิถีชีวิตของเรา [แบบอเมริกัน – ผู้เขียน] แก่ต่างชาติ แต่จะแสดงให้ดูเป็นตัวอย่าง เรากระชับพันธมิตรเก่าและสร้างมิตรใหม่ จะร่วมกับโลกอารยะต่อต้านก่อการร้ายอิสลามหัวรุนแรง (radical Islamic terrorism) จะทำลายพวกนี้ให้สูญสิ้นจากแผ่นดินโลก’

            วิเคราะห์ : แต่ไหนแต่ไร การเผยแพร่ ส่งเสริมประชาธิปไตยกับการค้าเสรี เป็น 2 ข้อของยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ คำพูดของประธานาธิบดีทรัมป์ดูเหมือนว่าจะลดความเข้มข้นลง แต่ไม่ได้บอกว่ายอมรับระบอบการปกครอง ระบอบการค้าโลกอื่นๆ

            การใช้คำว่า “ก่อการร้ายอิสลามหัวรุนแรง” เป็นที่วิพากษ์ตั้งแต่ช่วงหาเสียง ทรัมป์ใช้คำนี้ในสุนทรพจน์เป็นการยืนยันจุดยืนของเรื่องที่ควรติดตามใกล้ชิด และไม่น่าจะทำสำเร็จ ทั้งยังต้องระวังว่าจะเป็นเหตุยั่วยุเพิ่มความเกลียดชัง ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ ความมั่นคงของชาวอเมริกันและโลก

 

ว่าด้วยไบเบิล (Bible) :

            ‘ไบเบิลสอนว่าดีแค่ไหนและน่าชื่นใจเพียงใดเมื่อคนของพระเจ้าอยู่ด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพ แม้เราต้องเปิดอกพูดสิ่งที่อยู่ในใจ อภิปรายความเห็นต่างตรงไปตรงมา เราจะยังคงสมานฉันท์ ถ้าอเมริกาเป็นเอกภาพจะไม่มีอะไรหยุดยั้งได้เลย เราไม่ควรกลัวเพราะได้รับการปกป้องและจะได้รับการปกป้องอยู่เสมอ เราจะได้รับปกป้องจากชายหญิงในกองทัพของเรา จากการบังคับใช้กฎหมาย และที่สำคัญสุดคือจากพระเจ้า’

            วิเคราะห์ : ดูเหมือนว่าทรัมป์ตั้งใจนำความเชื่อในพระเจ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะมีนักปราชญ์ อดีตผู้นำการเมืองอเมริกันจำนวนมากที่พูดถึงความสามัคคี ความรักชาติ ไม่จำต้องอ้างไบเบิลเลย บางคนอาจตีความว่าทรัมป์ยึดมั่นศาสนาความเชื่อในพระเจ้า

            คำถามคือ ทรัมป์ยึดมั่นศาสนาเพียงใด ...

            กุมภาพันธ์ 2016 สันตะปาปา Francis ประกาศว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ใช่พวกนับถือคริสต์ “ข้าพเจ้าพูดว่าชายคนนี้ไม่ใช่พวกนับถือคริสต์ถ้าเขาพูดเรื่องอย่างนั้น”

ครั้งหนึ่ง ทรัมป์ถูกถามว่าสารภาพบาปกับพระเจ้าบ่อยไหม ทรัมป์ตกใจกับคำถามและตอบว่า “ไม่”

            เพียงเท่านี้ก็ได้คำตอบแล้วว่าทรัมป์มีศรัทธาจริงจังเพียงใด

            ถ้าทรัมป์หรือใครก็ตามทำผิดหลักไบเบิล พระเจ้าจะลงโทษ เมื่อถึงเวลานั้นไม่มีใครปกป้องได้

            และที่ไม่เกี่ยวข้องกับสุนทรพจน์คือ ทรัมป์ควรเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางเพศ การดูหมิ่นสตรีเพศของตนด้วย

 

            ‘ท้ายนี้ เราต้องคิดใหญ่ ฝันให้ใหญ่กว่าเดิม อเมริกาคือชาติที่อยู่ด้วยการมุ่งมั่น ไม่ยอมรับพวกนักการเมืองที่เอาแต่พูดแต่ไม่ทำอะไรนอกจากบ่น บัดนี้เป็นเวลาแห่งการลงมือทำ อย่าปล่อยให้ใครบอกคุณว่ามันทำไม่ได้ ไม่มีความท้าทายใดที่เอาชนะหัวใจวิญญาณนักสู้ของอเมริกา’

            วิเคราะห์ : ต้องชื่นชมประธานาธิบดีทรัมป์และค่านิยมของสังคมอเมริกันที่ส่งเสริมให้คนมีความฝัน มีวิสัยทัศน์ มีความเป็นนักสู้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เป็นค่านิยมที่โลกควรยึดถือร่วมกัน เป็นเหตุผลหนึ่งที่สหรัฐฯ เจริญรุ่งเรือง บุคคลผู้เรืองนาม บุคคลผู้ได้รับรางวัลโนเบลจำนวนมากเป็นชาวอเมริกัน แม้สามัญชนก็สามารถสร้างอนาคตของตน ขอเพียงมีเป้าหมายชัดเจน มุ่งมั่นทุ่มเท อยู่อย่างมีความหวัง ผิดพลาดได้แต่ไม่ยอมพ่ายแพ้

 

            ‘ด้วยความร่วมไม้ร่วมมือพวกเราจะทำให้อเมริกาเข้มแข็งอีกครั้ง ทำให้อเมริกามั่งคั่ง ภาคภูมิใจ ปลอดภัย พวกเราจะทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง ขอให้พระเจ้าอวยพรท่านและอวยพรอเมริกา’

            วิเคราะห์ : ตามคำสอนของไบเบิล ชีวิตมนุษย์ใน “โลกหน้า” สำคัญกว่าชีวิตใน “โลกนี้” เป้าหมายของประธานาธิบดีทรัมป์มุ่งแต่ชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ใน “โลกนี้” ถ้าจะให้ครบถ้วนตามไบเบิลมากขึ้น ทรัมป์ควรเอ่ยถึงชีวิตในโลกหน้า ร่วมต้านภัยคุกคามระดับโลก เช่น ปัญหาภาวะโลกร้อน การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทั่วโลกที่ทุกข์ยากกว่าชาวอเมริกัน (แทนการมุ่งประโยชน์คนอเมริกันอย่างเดียว) สนับสนุนพหุสังคมที่ประกอบด้วยคนนับถือหลากหลายศาสนาความเชื่อ (แทนการเอ่ยคำว่าอิสลามหัวรุนแรง ซึ่งเป็นคำที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางศาสนา)

            รวมความแล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์หยิบยกเนื้อหาบางตอนมาใช้ ไม่เข้าใจไบเบิลอย่างที่ควร ถ้ายึดมั่นศาสนาจริงจะไม่ใช้สโลแกน ‘America first’

24 มกราคม 2017

ชาญชัย คุ้มปัญญา

--------------------------

 

บรรณานุกรม:

  1. Barrett, Wayne. (2016). Trump: The Greatest Show on Earth : The Deals, the Downfall, the Reinvention. New York: Regan Arts.
  2. Buncombe, Andrew. (2016, February 19). Donald Trump is 'not Christian', says Pope Francis. The Independent. Retrieved from http://www.independent.co.uk/news/world/americas/us-elections/donald-trump-is-not-christian-says-pope-francis-a6881846.html
  3. Campbell, Neil., Kean, Alasdair. (2012). American Cultural Studies: An Introduction to American Culture (3rd Ed.). Oxon: Routledge.
  4. Casey, Steven. (2013, September 6). Obama’s Alliances. LSE IDEAS. Retrieved from http://www.lse.ac.uk/IDEAS/publications/reports/pdf/SR009/casey.pdf
  5. El Fadl, Khaled Abou. (2005).The Great Theft: Wrestling Islam from the Extremists. Australia: HarperCollins Publishers.
  6. FULL TEXT: President Donald Trump's Inauguration Speech. (2017, January 20). ABC News. Retrieved from http://abcnews.go.com/Politics/full-text-president-donald-trumps-inauguration-speech/story?id=44915821
  7. Hoffman, John., & Graham, Paul. (2015). Introduction to Political Theory (3rd Ed.). Oxon: Routledge.
  8. Huntington, Samuel P. (1996/2011). The Clash of Civilizations and the Remaking of World Order. New York: Simon & Schuste.
  9. Lucas, Edward. (2008). The New Cold War: Putin's Russia and the Threat to the West. New York: Palgrave Macmillan.
  10. News Analysis: GOP, Trump reconcile views on trade to enlarge voter base. (2016, July 22). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/2016-07/22/c_135532558.htm
  11. Perry, Marvin., Jacob, Margaret., Jacob, James., Chase, Myrna., & Von Laue, Theodore. (2009). Western Civilization: Ideas, Politics, and Society (9th Ed.). Boston: Houghton Mifflin Harcourt Publishing.
  12. Stark, Holger. (2016, March 8). America's White Revolt: Trump Tears the Republicans Apart. Spiegel Online. Retrieved from http://www.spiegel.de/international/world/trump-candidacy-has-republicans-looking-for-an-alternative-a-1081222.html
  13. UK Economist Intelligence Unit: Trump is a major global risk. (2016, March 17). Deutsche Welle. Retrieved from http://www.dw.com/en/uk-economist-intelligence-unit-trump-is-a-major-global-risk/a-19122103

-----------------------------

26 กันยายน 2561

ผู้ชม 2588 ครั้ง

Engine by shopup.com