ดูบทความจีน ญี่ปุ่น และซาอุฯ ประเทศใดมีอาวุธที่ทันสมัยที่สุด

จีน ญี่ปุ่น และซาอุฯ ประเทศใดมีอาวุธที่ทันสมัยที่สุด

 

คำตอบ คือ ญี่ปุ่น

จีน:

            1.จีนเร่งพัฒนากองทัพ

            ผู้นำจีนมีนโยบายชัดเจนว่าต้องเร่งพัฒนากองทัพให้ทันสมัย สงครามอ่าวเปอร์เซียเป็นสมรภูมิที่จีนเรียนรู้ศักยภาพกองทัพสหรัฐฯ อย่างเต็มรูปแบบ

            1.1 ความก้าวหน้าของชาติอื่น

            ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อุตสาหกรรมอาวุธ ประเด็นความมั่นคง ทำให้ประเทศสำคัญๆ พัฒนาอาวุธต่อเนื่อง ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ ประเทศใดที่ไปช้ากว่าเท่ากับล้าหลัง

            จีนอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เป็นปัจจัยบังคับให้ต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถให้ทันคู่แข่ง ซึ่งหมายถึงมหาอำนาจสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย ฯลฯ

            จึงไม่ต้องถามว่าจีนให้ความสำคัญมากเพียงใด

            1.2 สถานการณ์เฉพาะจุด - พัฒนากองทัพเรือ

            สถานการณ์ในทะเลจีนใต้เป็นเหตุบังคับให้เร่งพัฒนากองทัพเรือ เพราะต้องเผชิญหน้ากับเรือสหรัฐฯ หรือแม้กระทั่งประเทศที่เล็กกว่า จีนต้องแสดงให้เห็นว่ามีกองเรือที่ดีพอ สามารถพิทักษ์ทะเลจีนใต้ที่ระบุว่าเป็นของตน

            กองเรือรบจีนพัฒนาอย่างรวดเร็ว จากกองเรือยามฝั่งกลายเป็นกองเรือที่ปฏิบัติภารกิจได้ไกลออกไปกว่าเดิม

            2. การพึ่งพาอาวุธจากรัสเซีย

            นับจากจีนกลายเป็นสังคมนิยมเป็นต้นมา อาวุธที่ใช้คือของโซเวียตรัสเซีย ในช่วงที่สหรัฐฯ กับจีนปรับความสัมพันธ์เพื่อต้านสหภาพโซเวียตนั้น จีนสามารถเข้าถึงอาวุธ เทคโนโลยีของขั้วทุนนิยมประชาธิปไตยมากขึ้น แต่โดยรวมแล้วฝ่ายตะวันตกยังคงปิดล้อมจีนเรื่องการเข้าถึงอาวุธ เทคโนโลยีล้ำสมัย กองทัพจีนจำต้องพัฒนาอาวุธด้วยตนเองอย่างช้าๆ แต่ด้อยประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับตะวันตก กองทัพจีนจึงมีแต่ปริมาณแต่ล้าหลังเรื่องเทคโนโลยี ส่วนใหญ่เป็นอาวุธที่ดีกว่ายุคสงครามเย็น สงครามเวียดนามเพียงเล็กน้อย

            เมื่อถึงยุคประธานาธิบดีปูติน รัสเซียขายอาวุธแก่จีนเรื่อยมา กองทัพจีนเริ่มประจำการอาวุธทันสมัยจากค่ายรัสเซียอีกครั้ง

            รัสเซียยอมขายอาวุธทันสมัยล่าสุดบางชนิดแก่จีน ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ ขีปนาวุธ S-400 (หรือ SA-21 Growler) สามารถต่อต้านเป้าหมายทางอากาศทุกรูปแบบ ตั้งแต่เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ อากาศยานไร้พลขับ จรวดร่อน ขีปนาวุธข้ามทวีป และหัวรบนำวิถี (precision-guided munitions) ด้วยพิสัยยิงไกล 400 กิโลเมตร ระดับความสูง 30 กิโลเมตร

            จีนคือประเทศแรกที่สามารถซื้ออาวุธชนิดนี้ ล่าสุดคือตุรกีเป็นประเทศที่ 2

            นอกจากนี้ยังซื้อ Su-35E เรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธ ฯลฯ

            3. เร่งพัฒนาอาวุธของตนเอง

            จีนพยายามศึกษาเทคโนโลยีจากอาวุธรัสเซีย และอีกหลายประเทศ เพื่อพัฒนาเป็นของตนเอง เช่น เครื่องบิน J-20

            ประเด็นสำคัญคือ จีนมุ่งพัฒนาพลังอำนาจทางทหารด้านคุณภาพ มากกว่าปริมาณ คือมุ่งวิจัยและพัฒนา (R&D) หวังพัฒนาสมรถนะอาวุธยุทโธปกรณ์แบบก้าวกระโดด เตรียมตัวสำหรับภัยคุกคามในอนาคต

            4. เน้นป้องกันมากกว่าแข่งขันสะสมอาวุธ

            แม้จะซื้ออาวุธใหม่ๆ จำนวนมาก และเร่งพัฒนาอาวุธของตัวเอง แต่ถ้าเทียบกับความต้องการแล้ว กองทัพจีนยังเป็นกองทัพในเชิงรับมากกว่า ไม่ใช่เชิงรุกอย่างสหรัฐฯ

            Zhang Qingmin นักวิชาการจีนเห็นว่าจีนไม่ปรารถนาแข่งขันสะสมอาวุธ ไม่ต้องการความเป็นเจ้าและต่อต้านลัทธิความเป็นเจ้า ขยายอำนาจด้วยกำลังทหาร

            จากการวิเคราะห์เห็นว่า จีนไม่ปรารถนาแข่งขันสะสมอาวุธ จีนสามารถสร้างอาวุธนิวเคลียร์ให้มีหลายพันหัวรบ แต่จีนไม่ได้ทำเช่นนั้น

            ข้อมูลของ Stockholm International Peace Research Institute (SIPRI) ปี 2017 ประเมินว่าปัจจุบันสหรัฐฯ มีเกือบ 6,800 หัวรบ รัสเซีย 7,000 หัวรบ ฝรั่งเศสมีราว 300 หัวรบ อังกฤษ 225 จีนมีเพียง 270 หัวรบ

            หากทำสงครามกันจริง จีนไม่ชนะสหรัฐฯ

ญี่ปุ่น:

            1.ความยิ่งใหญ่ในอดีต

            1.1 สงครามรัสเซียกับญี่ปุ่น 1904-1905

            ความยิ่งใหญ่ของกองทัพญี่ปุ่น อาจเริ่มต้นจากสงครามรัสเซียกับญี่ปุ่น 1904-1905 (Russo-Japanese War 1904-05)

            ในช่วงปี 1904-05 กองทัพญี่ปุ่นปะทะกองทัพโซเวียตเพื่อแย่งชิงปกครองพื้นที่แมนจูเรีย (Manchuria) กับเกาหลี ในขณะนั้นพื้นที่แมนจูเรียนอกอยู่ใต้อิทธิพลของโซเวียต เพราะราชวงศ์ชิงยกดินแดนทางตอนเหนือของแมนจูเรียให้แก่รัสเซียหลายครั้ง

            ส่วนญี่ปุ่นยึดครองเกาหลีตั้งแต่ปี 1895 หลังทำสงครามชนะจีน

            สถานการณ์คือรัสเซียต้องการขยายอิทธิพลลงมาทางใต้เพื่อหาเมืองท่าและทางออกทะเลในเขตน้ำอุ่น ส่วนญี่ปุ่นหวังจะได้พื้นที่แมนจูเรียและหวังรักษาผลประโยชน์ของตน ไม่ยอมเสียเกาหลีแก่โซเวียต จึงเกิดสงคราม ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายชนะ สามารถยึดครองแมนจูเรียตอนใต้อย่างเด็ดขาด ฝ่ายโซเวียตต้องสูญเสีย Liaodong Peninsula ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเขตแมนจูเรีย (บริเวณตอนเหนือสุดฝั่งตะวันตกของเกาหลี)

            สงครามครั้งนี้เป็นชัยชนะครั้งแรกที่กองทัพของชนชาติเอเชียสามารถเอาชนะชนชาติยุโรป เกียรติภูมิกองทัพญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมาก ชาติมหาอำนาจอื่นๆ ยอมรับว่าญี่ปุ่นเป็นอีกชาติมหาอำนาจหนึ่งของโลก

            1.2 สงครามโลกครั้งที่ 2

            นับจากต้นศตวรรษที่ 20 ญี่ปุ่นพัฒนาและสร้างสมอาวุธทันสมัย กลายเป็นประเทศที่มีกองทัพยิ่งใหญ่ที่สุดในย่านเอเชีย และเปิดฉากทำสงครามกับสหรัฐฯ ในสงครามโลกครั้งที่ 2

            แม้ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่ต้องยอมรับว่าในยุคนั้น กองทัพญี่ปุ่นเป็นที่ 1 ด้วยการพัฒนาต่อยอด สร้างอาวุธทันสมัยด้วยตัวเอง

            2.กองทัพญี่ปุ่นปัจจุบัน

            หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นถูกบีบคับให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กีดกันไม่ให้มีกองทัพเพื่อรุกรานชาติอื่นๆ อีก มีเพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น และผูกความมั่นคงทางทหารกับกองทัพอเมริกัน

            สงครามอ่าวเปอร์เซียในช่วงศตวรรษที่ 1990 ทำให้เศรษฐกิจซบเซา เศรษฐกิจฟองสบู่แตกออก ความคิดเรื่องพึ่งพาตนเองจึงชะงักอยู่พักหนึ่งก่อนจะฟื้นตัวอีกครั้งในสมัยของนายกฯ อดีตนายกรัฐมนตรี จุนอิชิโร โคอิซูมิ (Junichiro Koizumi) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น (2001-06) เสนอให้พึ่งพาตนเองด้านความมั่นคง คลายรัฐธรรมนูญมาตรา 9

            การนี้รัฐบาลสหรัฐฯ เห็นชอบด้วย เพราะเล็งเห็นการก้าวขึ้นมาของจีน สหรัฐฯ กับญี่ปุ่นกลายเป็นพันธมิตรสำคัญเพื่อต้านจีน

            แนวคิดให้ญี่ปุ่นมีบทบาททหารทางเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญเร่งให้รัฐบาลญี่ปุ่นหลายชุด รวมทั้งชุดปัจจุบันเพิ่มงบประมาณกลาโหมอย่างต่อเนื่อง อ้างเหตุผลป้องกันภัยจากจีนกับเกาหลีเหนือ

            3. การพัฒนาอาวุธในปัจจุบัน

            ทำนองคล้ายกับจีนที่พึ่งรัสเซีย ญี่ปุ่นพึ่งพาอาวุธจากสหรัฐฯ

            ประเด็นที่ควรเอ่ยถึงคือ ญี่ปุ่นสามารถต่อรองขอความรู้เทคโนโลยีได้มาก มีงบประมาณมากพอจนสามารถพัฒนาอาวุธของตนเอง โดยต่อยอดจากสหรัฐฯ

            ดังนั้น แม้ขนาดกองทัพจะเล็กกว่าจีน ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ แต่ถ้าพูดถึงความทันสมัย ญี่ปุ่นทันสมัยกว่าจีน ทั้งด้วยเหตุผลมีงบประมาณ กองทัพที่ไม่ใหญ่ (งบไม่กระจาย) มีพื้นฐานความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี อุตสาหกรรมหนัก

ซาอุ:

            ซาอุฯ เป็นลูกค้าอาวุธรายใหญ่ของสหรัฐฯ ซื้ออาวุธจำนวนมาก แต่ที่สหรัฐฯ ขายให้ไม่ใช่รุ่นล่าสุด กล่าวได้ว่ามีแต่จำนวน ไม่ใช่ของทันสมัยที่สุด

สรุป:

            รวมความแล้ว ระหว่างจีน ญี่ปุ่นและซาอุฯ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอาวุธทันสมัยที่สุด

21 กันยายน 2017

ชาญชัย คุ้มปัญญา

------------------------------

 บรรณานุกรม:

  1. รุ่งพงษ์ ชัยนาม, รศ.ดร. (2554) สงครามกับการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลก ใน เอกสารการสอนชุดวิชาสังคมโลก นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
  2. Green, Michael. (2014). Japan’s Role in Asia: Searching for Certainty. In David Shambaugh and Michael Yahuda (Eds.), International Relations of Asia (2nd ed.). Maryland: Rowman & Littlefield.
  3. International Institute for Strategic Studies (IISS). (2017). The Military Balance 2017. USA: Routledge.
  4. Paul N. Schwartz. (2014, June 30). Russia Announces Sale of S-400 to China. Center for Strategic and International Studies. Retrieved from http://csis.org/blog/russia-announces-sale-s-400-china
  5. Russia Confirms Arms Deal to Supply China With S-400 Air Defense Systems. (2015, April 13). Sputnik. Retrieved from http://sputniknews.com/world/20150413/1020809219.html
  6. Stockholm International Peace Research Institute. (2017). TRENDS IN WORLD NUCLEAR

FORCES, 2017. Retrieved from https://www.sipri.org/sites/default/files/2017-06/fs_1707_wnf.pdf

  1. Zhang, Qingmin. (2011). China’ s Diplomacy. Singapore: Cengage Learning Asia.

-----------------------------

30 กันยายน 2561

ผู้ชม 4005 ครั้ง

Engine by shopup.com