ดูบทความทำไมสมาชิกอาเซียนแสดงท่าที “โรฮีนจา” แตกต่างจากเมียนมา

ทำไมสมาชิกอาเซียนแสดงท่าที “โรฮีนจา” แตกต่างจากเมียนมา

หมวดหมู่: อาเซียน

ย้อนรอยท่าทีของอาเซียนและสมาชิก :

            ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งอาเซียน หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน (Principle of Non-interference) เป็นหลักสำคัญที่ชาติสมาชิกอาเซียนยึดถือ จะเคารพอธิปไตยระหว่างกัน ไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐสมาชิก แต่ประเด็นโรฮีนจา (Rohingya) ชาติสมาชิกอาเซียนหลายประเทศแสดงท่าทีจุดยืนแตกต่างจากรัฐบาลเมียนมาอย่างชัดเจนเปิดเผย

            ประเด็นโรฮีนจาไม่ใช่เรื่องใหม่ มิถุนายน 2015 ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด (Tun Dr. Mahathir Mohamad) อดีตนายกฯ มาเลเซียถึงกับกล่าวว่า ควรขับเมียนมาออกจากอาเซียน “ประเทศแบบนี้ทำให้พวกเราเสียชื่อ ดังนั้น ถ้ายังต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (genocide) ก็ออกจากอาเซียน” แม้ว่าจะเป็นเรื่องภายในประเทศ แต่การฆ่าคนเป็นเรื่องรับไม่ได้

            ธันวาคม 2016 นาจิบ ราซัค (Najib Razak) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประณามเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (genocide) ต่อโรฮีนจาในเมียนมาอีกครั้ง ทั้งยังเรียกร้องให้ชาติสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ร่วมประณามและกดดัน

            นำสู่คำถามว่าทำไมชาติสมาชิกอาเซียนจึงแสดงท่าทีแตกต่าง

ทำไมสมาชิกอาเซียนจึงแสดงท่าทีแตกต่าง:

            ประการแรก แรงกดดันจากนานาชาติ

            ปี 2015 กษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุล อาซิซ (King Salman Bin Abdul Aziz) แห่งซาอุดีอาระเบีย เรียกร้องให้ประชาคมโลกต่อต้านชาวพุทธที่ข่มเหงโรฮีนจา

            ในสถานการณ์ครั้งล่าสุด รัฐบาลซาอุฯ ชี้ว่าโรฮีนจาเป็นเรื่องสำคัญ ขอให้นานาชาติเพิ่มความพยายามเพื่อหยุดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ กล่าวโทษรัฐบาลเมียนมาที่ไม่สืบค้นความจริงที่เกิดขึ้น ขัดขวางการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์

            ด้านสหรัฐฯ พูดชัดว่าเจ้าหน้าที่เมียนมาไม่ได้เข้าปกป้องคุ้มครองโรฮีนจา เรียกร้องให้เคารพหลักกฎหมาย ยุติความรุนแรงและการขับไล่ประชาชนออกจากพื้นที่

            Antonio Guterres เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ทางการเมียนมาระงับปฏิบัติการทางทหาร ยุติความรุนแรง ปฏิบัติตามหลักกฎหมาย เคารพสิทธิที่ทุกคนจะกลับสู่บ้านเกิดตัวเอง ขอให้โรฮีนจาได้ฐานะความเป็นพลเมืองหรือไม่ก็ได้รับฐานะทางกฎหมายเพื่ออนุญาตให้พวกเขาอยู่ในเมียนมาต่อไป

            ที่ผ่านมาชาติสมาชิกอาเซียนมักจะยึดแนวทางอาเซียนกับจุดยืนสหประชาชาติ เมื่อสหประชาชาติ ประเทศสำคัญๆ แสดงจุดยืนชัดเจนขนาดนี้แล้ว จึงไม่อาจทนนิ่งเฉยอีกต่อไป

            ประการที่ 2 อาเซียนต้องการแสดงท่าทีเคารพสิทธิมนุษยชน

            อาเซียนหรือประชาคมอาเซียนมีจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชน เมื่อนานาชาติ องค์กรระหว่างประเทศเห็นว่ารัฐบาลเมียนมาละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง อาเซียนจึงแสดงท่าทีเคารพสิทธิมนุษยชน ดำเนินตามแนวทางประชาคมโลก

            ในเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา Retno Marsudi รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียกล่าวต่อพลเอก U Min Aung Hlaing ผู้บัญชาการทหารบกเมียนมา ขอให้ทางการเมียนมาเร่งคลายความตึงเครียดในยะไข่ “หยุดจากการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบที่กำลังเกิดขึ้นในรัฐยะไข่ ปกป้องประชาชนทุกกลุ่ม รวมทั้งพวกมุสลิม”

            ต่อมากระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียออกแถลงการณ์ “เรียกร้องให้ทุกประเทศ รวมทั้งชาติสมาชิก OIC เข้าพัวพันอย่างสร้างสรรค์ ... ช่วยเหลือพลเมืองทุกหมู่เหล่าในรัฐยะไข่” ชี้ต้นตอของปัญหาโรฮีนจา

            แถลงการณ์อาเซียนเมื่อ 24 กันยายนที่ผ่านมา มีใจความสำคัญว่า รู้สึกกังวลต่อสถานการณ์ในรัฐยะไข่ ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก ในระยะยาวต้องแก้ไขรากปัญหา

             ย้อนหลัง 5 ปีก่อน เลขาธิการอาเซียน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ กล่าวว่า เมียนมาจะต้องให้ความสำคัญกับการจัดการประเด็นโรฮีนจา “อาเซียนไม่อาจถูกมองว่ายืนดูเฉยๆ โดยไม่ทำอะไรต่อเรื่องที่สร้างความเสียหายด้านมนุษยธรรมมากขนาดนี้”

            ผ่านไป 5 ปี ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรษ ในฐานะอดีตเลขาธิการอาเซียน ชี้ว่า “อาเซียนสุ่มเสี่ยงเสียความน่าเชื่อถือจากนานาชาติถ้ายังคงเฉยเมยต่อสภาพการณ์ของโรฮีนจา” “จำต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤติยะไข่กลายเป็นความตึงเครียดระดับภูมิภาค”

            ท่าทีของอาเซียนเหมือนเดิม คือ รัฐบาลเมียนมาต้องจัดการไม่ให้โรฮีนจากกระทบประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เป็นการตอบสนองหรือดำเนินตามแนวทางของประชาคมโลก

 

            ประการที่ 3 ไม่ใช่เรื่องภายในของเมียนมาอีกต่อไป

            รัฐบาลเมียนมายืนยันเรื่อยมาว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในประเทศ แต่เมื่อกระทบต่อเพื่อนบ้าน รัฐบาลเพื่อนบ้านไม่อาจนิ่งเฉย

            3.1 ความกังวลเรื่องกองกำลังมุสลิมต่างชาติเข้าแทรก

            สมรภูมิหลายแห่ง มุสลิมจะพูดเรื่องญิฮาด ในช่วงสงครามเย็น มุสลิมหลายประเทศเข้าร่วมรบต่อต้านการยึดครองอัฟกานิสถานจากสหภาพโซเวียต  ล่าสุดคือความขัดแย้งในซีเรียกับอิรัก ที่มีมุสลิมกว่าร้อยประเทศที่เข้าร่วมสมรภูมิ

            ในกรณีโรฮีนจา เป็นความจริงที่ว่ามีมุสลิมหลายประเทศส่งเงินช่วยเหลือโรฮีนจา สนับสนุนการจัดตั้งกองกำลังต่อต้านรัฐบาลเมียนมา

            3.2 IS กำลังระดมสมาชิก

            Ayob Khan หัวหน้าฝ่ายต่อต้านก่อการร้ายของมาเลเซียกล่าวว่า IS กำลังใช้ประเด็นโรฮีนจาเพื่อระดมสมาชิกในประเทศ “เมียนมาอยู่ใกล้มาเลเซียมากกว่าซีเรียและตอนใต้ของฟิลิปปินส์ที่กำลังเกิดความขัดแย้งในขณะนี้ ยะไข่กำลังเป็นจุดหมายหลายทางของพวกญิฮาด”

            ในแง่ของรัฐสมาชิกอาเซียน ย่อมไม่อยากเห็นเมียนมาเป็นเหมือนซีเรียหรืออิรัก เพราะมีผลต่อประเทศตนเองในทางที่จะเพิ่มความตึงเครียดและเกิดความรุนแรง โดยเฉพาะประเทศที่มีมุสลิมจำนวนมาก ไม่ต่างจากกรณีการเข้าร่วมเป็นสมาชิก IS/ISIL/ISIS เท่าไรนัก อีกทั้งสมาชิก IS ที่ถอนตัวกลับมาอยู่ประเทศอาจใช้โอกาสนี้เคลื่อนไหว ทางที่ดีคือช่วยระงับเหตุไม่ให้บานปลาย ให้รูปการออกมาในทางที่กระทบต่อตัวเองน้อยสุด

            3.3 มุมมอง “พี่น้องมุสลิม”

            ภายใต้หลักศาสนาอิสลาม มุสลิมทั่วโลกเป็นพี่น้องกัน มีความห่วงใยเอื้ออาทรต่อกัน การกดขี่ข่มเหงโรฮีนจากว่าล้านคนในเมียนมาไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ไม่ใช่ความขัดแย้งระดับท้องที่ ชาติมุสลิมจึงออกโรงเพื่อปกป้องช่วยเหลือโรฮีนจาในฐานะพี่น้องมุสลิมด้วยกัน

            ในกรอบอาเซียน รัฐบาลมาเลเซียกับอินโดนีเซียแสดงท่าทีชัดเจนต่อเนื่อง โดยเฉพาะรัฐบาลนาจิบ สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของมุสลิมในประเทศ

            ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเป็น “พี่น้องมุสลิม” หรือ “คะแนนนิยมทางการเมือง” รัฐบาล นักการเมืองมุสลิมไม่อาจละเลยไม่หยิบยกขึ้นมาเอ่ยถึง

            ประการที่ 4 อาเซียนช่วยเมียนมาควบคุมสถานการณ์

            ในมุมมองหนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาชิกอาเซียนหลายประเทศละเมิดหลักการไม่แทรกแซงต่อกัน ประณามรัฐบาลเมียนมา วิพากษ์วิจารณ์อย่างเปิดเผย

            ในอีกมุมหนึ่ง การแสดงท่าทีแตกต่างจากเมียนมา การเลือกที่จะกดดันรัฐบาลเมียนมา เป็นวิธีคลายแรงกดดันนานาชาติ การที่อาเซียนพูดเรื่องนี้ ทำให้ประเด็นถูกนำเข้ามาอยู่ “ในกรอบอาเซียน” เป็นเรื่องที่อาเซียนจะต้อง “แก้ไขจัดการ” เท่ากับเป็นความพยายามกีดกันการแทรกแซงจาก “บุคคลภายนอก” แม้ความจริงแล้วเป็นไปไม่ได้ แต่การมีกรอบอาเซียนทำให้เกิด “ท่าทีและแนวทางของอาเซียน”

            วิเคราะห์แล้วพบว่า ภายใต้แรงกดดันจากนานาชาติ องค์กรระหว่างประเทศ ชาติสมาชิกอาเซียนไม่ปล่อยให้เมียนมาอยู่เดียวดาย สิ่งที่อาเซียนทำเป็นเพียง “คำพูด” ชาติสมาชิกที่ออกหน้าต่อต้านมากที่สุดยังเป็นการลงโทษด้วย “คำพูด” เท่านั้น และด้วยคำพูดเหล่านี้ช่วยลดความร้อนแรงในประเทศและโลกได้พอสมควร

            ในขณะที่ความเป็นไปของโรฮีนจาในเมียนมายังดำเนินต่อไป

สรุป :

            เรื่องความมั่นคงเป็นประเด็นที่สมาชิกอาเซียนให้ความสำคัญมากที่สุด ความมั่นของเมียนมาคือความมั่นคงของอาเซียน ในขณะเดียวกันการเคารพสิทธิมนุษยชนในกรอบอาเซียนได้พัฒนาเข้าใกล้สากลมากขึ้น ด้วยเหตุผลหลัก 2 ข้อนี้ (ไม่นับเหตุผลปลีกย่อยอื่นๆ) อาเซียนกำลังทำสิ่งที่พิเศษแตกต่างจากปกติ คือ แสดงท่าทีเรื่องโรฮีนจาแตกต่างจากเมียนมาอย่างเปิดเผย เพื่อความมั่นคงของเมียนมาและชาติสมาชิกอื่นๆ

5 ตุลาคม 2017

ชาญชัย คุ้มปัญญา

----------------------

บรรณานุกรม:

  1. Deputy Foreign Minister Dismayed Over Malaysian PM’s Remarks. (2016, December 7). The Irrawaddy. Retrieved from http://www.irrawaddy.com/news/deputy-foreign-minister-dismayed-over-malaysian-pms-remarks.html
  2. Dr M calls for Myanmar to be expelled from Asean.. (2015, June 12). The Star. Retrieved from http://www.thestar.com.my/News/Nation/2015/06/12/Myanmar-should-leave-Asean-Dr-M/
  3. Indonesia Urges OIC, International Community, to Address Myanmar Conflict. (2017, September 13). Jakarta Globe. Retrieved from http://jakartaglobe.id/news/indonesia-urges-oic-international-community-address-myanmar-conflict/
  4. Islamic State using Rohingya crisis to recruit Malaysians for 'holy war': Counter-terror chief. (2017, September 18). Channel NewsAsia. Retrieved from http://www.channelnewsasia.com/news/asiapacific/islamic-state-using-rohingya-crisis-to-recruit-malaysians-for-9226802
  5. Malaysia tells Myanmar to stop Rohingya atrocities, disagrees with Asean stand. (2017, September 25). Channel NewsAsia. Retrieved from http://www.todayonline.com/world/malaysia-tells-myanmar-stop-rohingya-atrocities-disagrees-asean-stand#cxrecs_s
  6. Myanmar Expresses Commitment to Address Worsening Humanitarian Crisis in Rakhine State: FM Retno. (2017, September 6). The Jakarta Globe. Retrieved from http://jakartaglobe.id/news/myanmar-expresses-commitment-address-worsening-humanitarian-crisis-rakhine-state-fm-retno/
  7. Myanmar faces mounting pressure over Rohingya refugee exodus. (2017, September 12). Al Arabiya/Reuters. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/News/world/2017/09/12/Myanmar-faces-mounting-pressure-over-Rohingya-refugee-exodus.html
  8. Plight of the Rohingya: ASEAN Credibility Again at Stake. (2012, November 19). Fair Observe. Retrieved from http://www.fairobserver.com/article/plight-rohingya-asean-credibility-again-stake
  9. Racial discrimination, ethnic cleansing in Myanmar flayed. (2015, June 9). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/featured/news/759196
  10. Rohingya crisis may spur militant response in Southeast Asia. (2016, December 8). Straits Times. Retrieved from http://www.straitstimes.com/opinion/rohingya-crisis-may-spur-militant-response-in-s-e-asia
  11. Rohingya crisis splits Asean on religious lines. (2017, October 1). Asia Times. Retrieved from http://www.atimes.com/article/rohingya-crisis-splits-asean-religious-lines/
  12. Saudi Arabia urges international community to find solution for Rohingya Muslims. (2017, September 21). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/node/1164701/saudi-arabia
  13. UN Security Council calls for 'immediate steps' to end Myanmar violence. (2017, September 14). Channel NewsAsia. Retrieved from http://www.channelnewsasia.com/news/asiapacific/un-security-council-calls-for-immediate-steps-to-end-myanmar-9214136

-----------------------------

 

01 ตุลาคม 2561

ผู้ชม 1709 ครั้ง

Engine by shopup.com