ดูบทความสงครามการค้าสหรัฐฯ – จีน ไม่แรงอย่างที่คิด

สงครามการค้าสหรัฐฯ – จีน ไม่แรงอย่างที่คิด

หมวดหมู่: เอเชีย

ทรัมป์เคยขู่ว่าจะขึ้นสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ เป็นการตอบโต้จีน ล่าสุดสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ชี้ว่าหากขึ้นภาษีตามนั้นจะกระทบคนอเมริกันอย่างแรง

            สำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (US Trade Representative : USTR) ออกโรงเตือนว่าหากขึ้นภาษีจีนมูลค่าสินค้า 200,000 ล้านดอลลาร์ ด้วยอัตราร้อยละ 10-25 จะกระทบคนอเมริกัน พร้อมกันนี้กลุ่มสมาชิกธุรกิจหลายสาขาออกโรงเตือนรัฐบาลอย่าขึ้นภาษีสินค้าจีนอีก

            สินค้า 200,000 ล้านดอลลาร์ที่ทรัมป์เคยเอ่ยถึงนั้น ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน เช่น อาหารทะเล เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์แสงสว่าง ยางรถยนต์ เคมีภัณฑ์ พลาสติก รถจักรยาน ที่นั่งเด็กในรถ ฯลฯ รวมทั้งชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบจากจีนเพื่อผลิตเป็นสินค้าในอเมริกา

           ผลคือต้นทุนสินค้าที่ขายและผลิตในประเทศจะเพิ่มสูงขึ้นด้วย ชาวอเมริกันต้องจ่ายเงินเพิ่มไม่ว่าจะซื้อสินค้าจีนหรือสินค้าของบริษัทอเมริกัน

          ทุกอย่างเป็นวงจร ต้นทุนกิจการต่างๆ สูงขึ้น สินค้าอเมริกันที่แพงอยู่แล้วจะยิ่งแพงกว่าเดิม ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาจะยิ่งลดลง กำไรหด ลดการจ้างงาน ฯลฯ

            ทั้งนี้ยังไม่รวมการตอบโต้จากจีน ที่รัฐบาลจีนจะตอบโต้ในปริมาณและอัตราใกล้เคียงกัน การขึ้นภาษีจากฝั่งสหรัฐฯ แต่ละครั้งจึงส่งผลกระทบ 2 เท่า 2 ทิศทาง

            กระทบต่อผู้บริโภคอเมริกัน คนงาน นักธุรกิจ และเศรษฐกิจประเทศ รวมถึงตลาดเงินตลาดทุนด้วย

            สำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ วิพากษ์ว่ารัฐบาลขาดนโยบายที่เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ได้คิดองค์รวม

วิเคราะห์ :

  1. ตั้งแต่ช่วงหาเสียง

            ตั้งแต่ช่วงหาเสียง ทรัมป์โจมตีสินค้าจีนอย่างหนัก เชื่อมโยงกับการขาดดุลการค้าที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ทรัมป์พูดถูกบางส่วน แต่ผิดบางส่วน

            คำถามสำคัญคือทรัมป์ไม่รู้หรือว่าการขึ้นสินค้านำเข้าจากจีนมากๆ สุดท้ายผลกระทบจะกลับมาถึงตัวเอง

            ในช่วงหาเสียง จีนเตือน หลายประเทศเตือน องค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งเตือน

            เมื่อรัฐบาลทรัมป์เตรียมขึ้นภาษีอย่างจริงจัง เสียงเตือนดังขึ้นอีกรอบ

            หลังทรัมป์ขึ้นภาษีรอบแรก (เหล็กกับอลูมิเนียม) เสียงเตือนดังขึ้นอีก

            ล่าสุด เสียงเตือนจากสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) หน่วยงานที่ดูแลการค้าทั่วโลกของสหรัฐฯ เป็นฝ่ายออกโรงเตือนเอง (และไม่ใช่เสียงเตือนใหม่ เคยเตือนมาแล้ว)

            จากช่วงหาเสียงจนถึงบัดนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเสียงเตือนครั้งที่เท่าไหร่แล้ว

            คำถามคือ รัฐบาลทรัมป์ไม่ได้ยินหรือ ไม่รับรู้หรือ

            หรือว่าทรัมป์รู้มานาน รู้อยู่แล้ว แต่ยังฝืนขึ้นภาษีบางรายการอีก

  1. นิสัย “พูดเกินจริง”

            ถ้าติดตามทรัมป์ตั้งแต่ช่วงหาเสียง ติดตามนโยบายต่างๆ ลักษณะหนึ่งของประธานาธิบดีทรัมป์คือ มักพูดเกินจริง ใช้คำรุนแรงเกินจริง พยายามปลุกเร้าอารมณ์ผู้ฟัง ทำให้ข่าวเป็นข่าวดัง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือเป้าหมายอะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือทรัมป์มัก “พูดเกินจริง”

            เฉพาะเรื่องสินค้านำเข้าจีน ประธานาธิบดีทรัมป์เคยขู่ว่าจะสินค้าจีนมูลค่า 500,000 ดอลลาร์ (ไม่ใช่แค่ 200,000 ล้าน) นั่นหมายความว่าคือการขึ้นสินค้าจีน “ทุกรายการ”

            ทรัมป์เคยคิดหรือไม่ว่าที่พูดจะทำได้จริงหรือไม่ ดูเหมือนว่าจะไม่สนใจข้อนี้สักเท่าไหร่ ถ้าคิดเข้าข้างทรัมป์อาจอธิบายว่านี่คือเทคนิคการเจรจาอย่างหนึ่ง ที่ต้องใช้วิธีพูดให้แรงเข้าไว้ แต่สุดท้ายไม่ทำจริงตามนั้น นโยบายหลายเรื่องของทรัมป์พิสูจน์แล้วว่าเป็นเช่นนี้

  1. เครื่องมือของทรัมป์มีจำกัด

            รวมความแล้ว ไม่ว่าจะจีนละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามากน้อยเพียงไร เกินดุลสหรัฐฯ มากเพียงไร และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอีก เครื่องมือที่รัฐบาลทรัมป์จะกดดันจีนมีจำกัด

            แน่นอนว่ารัฐบาลจีนทราบเรื่องนี้ (เหมือนกับที่ประเทศอื่นๆ องค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ ทราบ) ทรัมป์ได้แต่ขู่ ออกมาตรการบางระดับ แต่ที่สุดถูกจำกัดด้วยความเสียหายที่ประเทศตัวเองได้รับ

            สินค้าและบริการแพงขึ้น ต้องควักกระเป๋าจ่ายมากขึ้น เรื่องนี้ชาวอเมริกันทุกคนรับรู้ได้ทันที ดังเช่นที่สำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) กำลังส่งเสียงเตือนทรัมป์ในขณะนี้

  1. สงครามการค้าอยู่ในขอบเขตจำกัด

            เมื่อวิเคราะห์แล้ว สงครามการค้าหรือความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะอยู่ในขอบเขตจำกัด ไม่น่าจะรุนแรง ประเด็นที่ต้องติดตามคือฝ่ายสหรัฐฯ ว่าจะออกมาตรการอื่นๆ หรือไม่ แต่ไม่ว่ามาตรการจะเป็นอะไร รุนแรงเพียงใด สุดท้ายจะอยู่ในขอบเขตที่ไม่กระทบต่อชาวอเมริกันจนพวกเขารับไม่ได้

            ถ้าเป็นสงครามน่าจะเป็นสงครามเล็กๆ ไม่ใช่สงครามใหญ่ และไม่มีใครอยากให้กลายเป็นสงครามใหญ่ เพราะกระทบต่อประเทศเศรษฐกิจสำคัญอื่นๆ ด้วย

20 สิงหาคม 2018

ชาญชัย ค้มปัญญา

----------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :

ทรัมป์ทำสงครามการค้าเพื่อแก้ปัญหาชาติ?

ปัญหาขาดดุลเป็นเรื่องใหญ่ ทรัมป์หาเสียงแก้ไขปัญหาดังกล่าวและกำลังทำหน้าที่รัฐบาลที่ดี คำถามคือนโยบายที่ใช้มุ่งหวังแก้ปัญหาจริงหรือไม่ หรือเพียงแค่ “ให้ได้ทำ” เท่านั้น

http://www.chanchaivision.com/2018/07/Trump-trade-war.html

ทรัมป์ผลักดันให้คนไปเลือกตั้งด้วย “ความกลัว”

มนุษย์ทุกคนมีความกลัวไม่มากก็น้อย ผู้สมัครหาเสียงใช้ความเป็นมนุษย์ข้อนี้ สร้างภาพให้เกิดความกลัว เพื่อผลักดันให้ประชาชนไม่เลือกคู่แข่ง หรือผลักดันให้ประชาชนเลือกเขา เช่น เพราะมนุษย์กลัวถูกทำร้ายทำลายจึงต้องเลือกผู้ปกครองคอยปกป้อง ปัญหาคือหลายครั้งผู้สมัครหาเสียงขยาย “ความกลัว” จนรุนแรงเกินจริง ซ้ำร้ายกว่านั้นคือสร้างประเด็นเพื่อให้เกิดความกลัว กลายเป็นสังคมที่เชื่อความเท็จ ตั้งอยู่บนความเท็จ ตรงข้ามกับสิ่งนี้คือชีวิตที่ตั้งอยู่บนความหวัง ทัศนคติแง่บวก ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

http://goo.gl/Gb76Dm

 

อ้างอิง :

  1. US firms to Trump: Don’t raise tariffs on more Chinese goods. (2018, August 20).
  2. Retrieved from https://www.apnews.com/36dd836b6d944777a89594db6b4ca293/US-firms-to-Trump:-Don't-raise-tariffs-on-more-Chinese-goods
  3. US firms warn next China tariffs to cost Americans from cradle to grave. (2018, August 20). Channel News Asia. Retrieved from https://www.channelnewsasia.com/news/world/us-firms-warn-next-china-tariffs-to-cost-americans-from-cradle-to-grave-10633714

---------------------

 

01 ตุลาคม 2561

ผู้ชม 1797 ครั้ง

Engine by shopup.com