ดูบทความโฟกัสประเทศไทย 27 สุดท้ายคือพาคนลงถนน

โฟกัสประเทศไทย 27 สุดท้ายคือพาคนลงถนน

การสร้างความชิงชังต่อรัฐบาลนายกฯ พลเอกประยุทธ์อย่างต่อเนื่อง มุ่งเล่นงานตัวนายกฯ เป็นยุทธศาสตร์ล้มรัฐบาลแบบเดิมๆ จุดประกายการชุมนุมประท้วง เตรียมตัวให้เกิดการประท้วงชุมนุมใหญ่ ผลักดันให้ล้างไพ่ใหม่หมด

            ในการประชุมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายในช่วงบ่ายของการประชุมวันแรก (25 ก.ค.) มีประเด็นน่าสนใจดังนี้

            ประการแรก จับผิดรัฐบาล: RCEP

            นายกฯ กับรมต. บางคนเอ่ยถึง RCEP เพื่อเพิ่มการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ รัฐบาลไทยตั้งเป้าหมายว่าจะจบในปีนี้ จะใช้ความเป็นเจ้าภาพอาเซียนของไทย

            ความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership หรือ RCEP) เป็นการเจรจาเพื่อสร้างเขตการค้าเสรี 16 ประเทศ ประกอบด้วยชาติสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ กับอีก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

            การเจรจาเริ่มตั้งแต่ปี 2012 ดูเหมือนว่ามีความคืบหน้าไม่น้อย แต่ยังติดปัญหาสำคัญบางข้อ เช่น ระดับการพัฒนาที่แตกต่างของชาติสมาชิก

            ดังนั้น การบอกว่าจะให้บรรลุการเจรจาในปีนี้ น่าจะเป็นการพูดเพื่อให้ความหวังเท่านั้น โอกาสเป็นไปได้ต่ำ ไม่ขึ้นกับการที่ไทยเป็นเจ้าภาพอาเซียน รัฐบาลไทยพยายามผลักดัน

            ประการที่ 2 เรื่องน่าคิด: ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ

            ผู้อภิปรายหลายคนทั้งฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้านเอ่ยถึงดัชนีชี้วัดความสำเร็จ ให้เป็นเรื่องที่จับต้องได้ เป็นรูปธรรม เป็นเรื่องน่าคิดว่ารัฐบาลจะดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ จะมีแรงผลักดันให้เกิดหรือไม่ รายละเอียดจะเป็นอย่างไร

            ประการที่ 3 ชี้ว่ามีทุจริตแต่ไม่มีหลักฐาน

            ผู้อภิปรายหลายคนเอ่ยเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน พูดเฉียดไปเฉียดมา ไม่เอ่ยพาดพิงว่าคือใคร ส่วนใหญ่เป็นการพูดเรื่องที่ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์

            การพูดทำนองนี้ต่อให้อภิปรายอีก 50 ปี การทุจริตคอร์รัปชันก็ยังเหมือนเดิม

            มีการเอ่ยเรื่อง ‘นาฬิกาที่ยืมจากเพื่อน’ หลายครั้ง แม้เป็นประเด็นที่สังคมสงสัย แต่ฝ่ายค้านไม่ได้ทำอะไรมากกว่าการเล่าเรื่องซ้ำๆ ในมุมหนึ่งเป็นการตอกย้ำให้สังคมรับทราบความไม่ชอบมาพากล แต่อีกด้านแสดงให้เห็นถึงความอ่อนด้อยของ ส.ส. ฝ่ายค้าน

            เป็นการดีหาก ส.ส. ส.ว. ที่สนใจต่อต้านคอร์รัปชันจะเข้าไปคลุกคลีอย่างจริงจัง จนสามารถหา “หลักฐาน” ลงโทษผู้กระทำผิดได้ตามกฎหมาย

            ไม่เช่นนั้นก็ได้แต่พูด พูด และพูดต่อไป ได้แค่ “ดูเหมือนว่า” คือผู้แทนประชาชนที่ต่อต้านคอร์รัปชัน

            ประการที่ 4 การร่างยาวของเสรีพิศุทธ์

            ฝ่ายค้านวางตัวให้ส.ส. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นตัวหลักในภาคค่ำ ด้วยความที่กล้าพูด ไม่กลัวใคร ตอบโต้ทุกคน

            ท่านร่ายยาวตั้งแต่การยึดอำนาจ ชี้ว่าพลเอกประยุทธ์วางแต่ยึดอำนาจมา 3 ปีแล้ว ครม.ชุดนี้มาจากการโกงเลือกตั้ง กลายเป็นประเด็นให้เกิดการประท้วงต่อเนื่อง จนประธานต้องสั่งพักการประชุม และสั่งให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ออกจากการประชุมเพราะไม่ถอนคำพูด

            เป็นข้อคิดว่าองครักษ์พิทักษ์ครม.ทำหน้าที่แข็งแกร่ง ไม่ปล่อยให้ฝ่ายค้านอภิปรายตามใจอยาก

            ประการที่ 5 พาคนลงถนน

            แม้การประชุมสภากลับสู่ความสงบอีกครั้ง เป็นบทเรียนว่าถ้าฝ่ายค้านจะพูดแบบเต็มที่ ต้องพูดในสื่อของตัวเอง พูดกับพวกของตนเท่านั้น จะพูดในสภาไม่ได้

            แม้เป็นเสียงปริ่มน้ำ ตราบใดที่พรรคร่วมรัฐบาลจับมือเข้มแข็ง ยากที่ฝ่ายค้านจะล้มรัฐบาล อีกทางที่เป็นไปได้คือการชุมนุมประท้วงทั่วไป เพื่อสร้างกระแสกดดัน นำสู่การล้มรัฐบาล

            การสร้างความชิงชังต่อรัฐบาลนายกฯ พลเอกประยุทธ์อย่างต่อเนื่อง มุ่งเล่นงานตัวนายกฯ เป็นยุทธศาสตร์ล้มรัฐบาลแบบเดิมๆ จุดประกายการชุมนุมประท้วง เตรียมตัวให้เกิดการประท้วงชุมนุมใหญ่ ผลักดันให้ล้างไพ่ใหม่หมด

            การประชุมวันนี้เป็นวันสุมไฟให้ลุกโชน

            เป็นอีกทางที่ฝ่ายค้านเตรียมไว้

25 กรกฎาคม 2019

ชาญชัย คุ้มปัญญา

------------------------

อ้างอิง :

https://www.khaosod.co.th/politics/news_2743113

https://www.thaipost.net/main/detail/41968

ที่มาของภาพ : https://www.thaipost.net/main/detail/41968

25 กรกฎาคม 2562

ผู้ชม 486 ครั้ง

Engine by shopup.com